[KHR]___Good Enough CH.1 (1859)
posted on 15 Nov 2009 19:56 by sweetapril in KHRTitle : Good Enough
Author : Sweet-April (Charoite)
Pairring : 1859
Genre : AU, Songfic, Romance และไม่แน่ใจว่า Dark รึยัง = =’
Rate : R
Disclaimer : Akira Amano
Note : - ฟิคนี้เป็นชายรักชาย หากไม่ชอบ กดปิดหน้าต่างนี้ไปเสีย
- 1859 เรื่องแรก ได้แรงบันดาลใจมากจากเพลง Good Enough ของ Evanescence ค่ะ
Good Enough
.
.
.
อากาศในคืนนี้หนาวนัก
แสงจันทร์นวลอาบแผ่นหินเย็นเยียบ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างแบบกอธิกละเอียดซับซ้อน ไล้ผ่านลวดลายประดิษฐ์เลียนเถาไม้เลื้อยโค้งวนที่เกี่ยวกระหวัดกันอย่างปราณีต ทิ้งเงาทอดยาวเข้ามาในห้องอย่างนุ่มนวล เยือกเย็น...
ม่านผ้าขาวโปร่งบางขยับไหวน้อยๆด้วยกระแสลมอันน้อยนิด แสงที่มีเพียงเสี้ยวจันทร์จากข้างนอกทำให้เกิดเงามืดตามจุดต่างๆในห้อง สลับกับบางส่วนที่ถูกอาบด้วยแสงนวลเย็น แต่งแต้มกลืนกินกันราวกับงานศิลปะอันลึกล้ำ
ผ่านพื้นพรมผืนงาม... ภาพวาดอ่อนช้อย... เครื่องเรือนชั้นดี... ท่ามกลางเสาไม้แกะลายทั้งสี่ บนเตียงผ้าลินินสีขาวพิสุทธิ์...
ณ ที่แห่งนั้น มีร่างหนึ่งอยู่ในห้วงนิทรา
ใบหน้านวลที่มองเห็นเพียงเสี้ยวจากแสงจันทร์แลดูสงบ เปลือกตาบางหลับพริ้มซ่อนอัญมณีสีเขียวใสไว้ข้างใน คิ้วเรียวพาดโค้งรับกับแพขนตายาวที่แผ่ทาบขอบแก้ม ผิวขาวละเอียดไร้ตำหนิราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนงาม ริมฝีปากบางเรื่อด้วยเลือดฝาด... น่าหลงใหล
เจ้าของใบหน้างามยังคงหลับตานิ่ง เส้นผมสีเงินยวงแผ่กระจายบนหมอนนุ่ม ทอประกายสว่างตามแสงจันทร์ หัวคิ้วที่มักขมวดมุ่นเสมอ ยามนี้ผ่อนคลายคล้ายไม่มีเรื่องใดให้กังวล หลับสนิทไร้เดียงสาเฉกเช่นเด็กน้อยที่ไม่เคยแปดเปื้อนสิ่งใด
ห้วงแห่งนิทราช่างลึกล้ำ... ดั่งบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง
ลมหายใจแผ่วเบาสะท้อนเข้าออกเป็นจังหวะ... เนิบช้า...
ไม่รับรู้สิ่งใด...
...แม้กระทั่งเงามืดที่เคลื่อนทาบทับตนจนไม่เหลือเสี้ยวแสงสีเงินส่องผ่านเข้ามา...
ดวงตาเรียวสีดำทอประกายอันตรายในความมืด... ทอดมองร่างทีไร้การป้องกันตัวใดๆทั้งสิ้นเบื้องหน้าราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะลงมือขย้ำเหยื่อ
ริมฝีปากบางขยับยิ้มเย็น
ช่างประมาทเสียจริง... โกคุเดระ ฮายาโตะ
ผืนฟูกหนายวบลงตามน้ำหนักตัวของผู้บุกรุก มือเรียวยาวจับคางมนให้เชยขึ้น แนบริมฝีปากอุ่นลงไปอย่างจาบจ้วง โน้มแนบขบเม้ม บดเบียดรุกรานเข้าหาริมฝีปากหวานล้ำอย่างไม่รีรอ
ปลายลิ้นไล้เลียอ้อยอิ่งแทรกผ่านกลีบปากบาง กวาดต้อนลิ้นเล็กที่ไร้ทางขัดขืน ตักตวงลิ้มรสอย่างไม่รู้เบื่อ ริมฝีปากรุ่มร้อนแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ร่างบางครางอือ... ลมหายใจเริ่มติดขัด ริมฝีปากที่เริ่มบวมช้ำพยายามสะบัดหนีทว่าถูกมือเรียวจับปลายคางไว้ไม่ให้ทำได้ดั่งใจ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ก่อนแย้มเปลือกตาบางขึ้นอย่างง่วงงุน...
“อ... อื้อ.........................!!!!!!!!!”
คำพูดที่ควรจะมีไม่อาจเล็ดลอดผ่านริมฝีปากบาง แก้วตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความตระหนก สองมือพยายามดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทุบถองตามแต่กำลังจะอำนวย สองขาถีบดิ้นไปมาอย่างอ่อนแรง
...พยายามโดยไร้ประโยชน์...
หยาดน้ำใสรื้นขึ้นที่ปลายตา... สองมือไร้เรี่ยวแรงจะผลักไสตกลงข้างตัว ด้วยอากาศในปอดกำลังจะหมดลง
เห็นดังนั้น... ชายหนุ่มผู้เป็นฝ่ายรุกล้ำถอนริมฝีปากออก เนตรคมดุจพญาเหยี่ยวตวัดมองร่างข้างใต้ที่อย่างผู้เหนือกว่า ประกายบางอย่างในดวงตาสีดำชวนให้หนาววาบไปทั้งตัว ทว่าอีกฝ่ายที่กำลังสำลักหอบไอจนตัวโยนไม่อาจมองเห็นมัน
ใบหน้าหวานแดงก่ำ... หากอาบไปด้วยน้ำตาคงงดงามมิใช่น้อย
“...........!!!!!!!!!!!.............”
กายบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเรียวปากร้อนแนบลงที่ซอกคอขาวจัด รอยช้ำสีสดเด่นชัดตามที่อีกฝ่ายกระทำ อากาศเย็นเยือกกระทบผิวกาย... ด้วยเนื้อผ้าที่ปกปิดไว้ถูกถอดร่นออกไป ...ผิวขาวสะอาดขึ้นนวลยามต้องแสงจันทร์
ร่างผอมบางสั่นระริก... คล้ายจะแตกสลายแม้สัมผัสเพียงแผ่วเบา
“.....อ... ย..... อย่า.........”
อยาก... ครอบครอง...
ยิ่งบริสุทธิ์... ยิ่งอยากทำให้แปดเปื้อน
เนคไทไหมเนื้อดีทำหน้าที่รัดข้อมือบางที่พยายามขัดขืนแม้สั่นเทาด้วยความกลัว ฮายาโตะกัดริมฝีปาก... พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่อีกฝ่ายโปรดปราน ปรารถนาให้ราตรีนี้สิ้นลงเสียที
เสียงหวานกรีดร้องเมื่อความเจ็บปวดแล่นริ้ว หยดเลือดแดงฉานแต่งแต้มลงบนผืนผ้าขาว ...หยาดน้ำตาไหลริน
“พ... พอ.... ที..........”
รอยยิ้มโหดร้าย... สัมผัสรุนแรงจาบจ้วงไร้ความปราณี...
สิ่งที่เขาไม่อาจปฏิเสธ... ในยามที่ร่างกายตอบสนองตามที่อีกฝ่ายต้องการ ...เฉกดังตุ๊กตาที่ถูกเชิด
ดวงตาสีมรกตปิดลง ก่อนเอ่ยชื่อของคนไร้หัวใจแผ่วเบา... สะอื้นเครือ
“.........ฮ.........ฮิ...........บา....... ..............ริ..........”
.
.
Under your spell again
I can’t say no to you
Crave my heart and its bleeding in your hand
I can’t say no to you
.
.
นี่หรือคืออรุณรุ่ง ?
ยามเช้าที่เงียบสงัด ยามเช้าที่ไร้วิหคขับขาน ยามเช้าที่ดวงตะวันซ่อนเร้นเบื้องหลังเมฆาทึบมัว
ดวงตาสีมรกตหรี่ปรือมองแสงแดดอ่อนจางที่ลอดเล็ดผ่านหน้าต่างเข้ามา สีสันแห่งการมีชีวิตหาได้ทำให้ห้องนี้อบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น ผนังและพื้นหินสีเข้มยังคงเป็นสีเทาแข็งกระด้างเย็นเยียบ
ร่างเล็กซุกกายเข้ากับผ้าห่มผืนหนา พยายามห่มคลุมร่างไร้อาภรณ์ของตนให้มากที่สุด หนาว... ยะเยือกไปจนถึงหัวใจ ร่างทั้งร่างอ่อนล้าและหนักอึ้งเกินกว่าจะขยับไหว รสชาติของความเจ็บปวดยังคงตอกตรึง ...ความปวดร้าวที่เขาไม่เคยลืม
เกือบทั้งคืนจรดรุ่งสาง น่าแปลกทั้งที่อ่อนเพลียเสียแทบขาดใจ เขากลับหลับไม่ลง ดวงตาแสนจะอ่อนล้าและแสบเคืองแต่เขาก็ยังฝืนให้มันปรือค้างไว้
ผ้าม่านสีขาวบางดุจใยแมงมุมนั่นถูกเขามองมานานเท่าไรแล้วหนอ ?
ปวดหัว... เหมือนมันจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในยามที่ทุกอย่างจบลง คนคนนั้นออกไปแล้ว... สิ่งที่หลงเหลือจากสิ่งเหล่านั้นคือความเจ็บปวด...
...คอยตอกย้ำให้เขาระลึกไว้ว่าทุกสิ่งได้เกิดขึ้นจริง...
เปลือกตาบางหรุบลง ขนตายาวเป็นแผงแนบนวลแก้มใสอีกครา แม้จะไม่อยาก... แต่ความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามามีมากเสียจนร่างกายไม่อาจฝืนได้อีกต่อไป
ร่างบางสูดหายใจแผ่วเบา... ลึก...นาน
หลับเสียก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ขอภาวนาอีกครั้ง แม้จะไร้ผลเช่นเคยแต่ก็อยากจะหวัง... ให้เขาได้หลับตาลงอย่างปลอดภัย ได้พักผ่อนอย่างยาวนานเสียที
โดยไม่ต้องตื่นขึ้นมา... เผชิญกับเมฆาที่บ้าคลั่งอีกครั้ง
“.............ฮายาโตะ”
บางที... คำขอนั้นคงไม่มีวันเป็นจริง
สัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผาก น้ำเสียงทุ้มลึกที่ยากจะลืมเลือน ปลายนิ้วเย็นที่ไล้เกลี่ยเส้นผม... แม้แตะต้องเพียงผิวเผินก็รู้ได้ไม่ยากว่าใคร
เนตรเขียวใสลืมขึ้น สบมองดวงตาของผู้มาเยือน มันเป็นสีดำ... ล้ำลึก แฝงไว้ด้วยอันตรายอย่างเต็มเปี่ยม กระนั้นเมื่อได้สบมองกลับไม่อาจถอนสายตา คล้ายถูกดูดลงไปในหลุมดำลึกสุดประมาณ
มือเรียวยาวทาบลงเบาๆที่หน้าผาก แก้ม และลำคอของร่างบาง ฮายาโตะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสัมผัส อัญมณีสีเขียวคู่งามถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกตาที่ปิดแน่น อุณหภูมิที่ถูกถ่ายทอดผ่านมือทำให้ฮิบาริหรี่ตาลง ...อย่างที่คิดไว้ไม่ผิด...
ร่างสูงนั่งลงที่ขอบเตียงนุ่ม ร่างใต้ผ้าห่มเหลือบตาขึ้นมอง วูบไหวหวาดหวั่นสะท้อนในแววตา... จะทำอะไร ?
ผ้าห่มผืนหนาถูกเลิกขึ้นด้วยมือแกร่งโดยไม่บอกกล่าว ฮายาโตะดึงกลับแทบไม่ทัน แม้เคยใกล้ชิดถึงผิวกายแต่เขายังรู้สึกกระดากเวลาอยู่ในสภาพนี้ ยิ่งยามที่สายตาคมกริบนั่นจ้องมองเขาจนแทบจะแผดเผา... ยิ่งอยากจะเร้นกายหนีไปให้พ้นเสียจริง
ฮิบาริมองดวงหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อเจือจาง ช่างน่าขันในเมื่อร่างนี้ถูกเขาครอบครองไปเสียไม่รู้กี่ครั้ง นัยน์ตาสีรัตติกาลล้ำลึกซ่อนแววเจ้าเล่ห์ไว้ในดวงตา ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มไม่สื่ออารมณ์
เพียงออกแรงตวัดมือเล็กน้อย ผ้าห่มผืนหนาก็หลุดจากมือบางอย่างง่ายดาย
เผยให้เห็นรอยจ้ำสีแดงช้ำตัดผิวขาว ดั่งกลีบดอกไม้บนหิมะบริสุทธิ์... นัยน์ตาสีเขียวเบิกกว้าง ตระหนกตกใจแต่ไม่อาจป้องกันตัวเองได้ทัน ..สายตาของอีกฝ่ายจ้องมองมาอย่างคุกคาม
ดุจเดียวกับเหยื่อของอสรพิษร้าย ถูกสะกดให้แน่นิ่งด้วยความกลัว...
ปลายนิ้วเย็นแตะลงบนรอยจ้ำสีสดที่ลำคอ ริมฝีปากสีสดเม้มแน่น ประกายไม่ไว้ใจฉายชัดบนมรกตน้ำงาม
ฮายาโตะสะดุ้ง... แม้เล็กน้อยแต่ยังพอสัมผัสได้ ร่างสูงกดยิ้มมุมปาก เลื่อนมือขึ้นสัมผัสกลีบปากบางสั่นระริก ไล้นิ้วแผ่วผ่านคล้ายหยอกล้อ อยากจะแกล้งมากกว่านี้... หากอุณหภูมิที่ขึ้นสูงเกินปกติของร่างบางเขาจึงหยุดมือก่อนที่จะทำให้อีกฝ่ายอาการแย่ลงกว่าเดิม
“......!!!!”
ริมฝีปากแห้งผากเผยอออกแต่ไร้เสียงอุทานจากลำคอแหบแห้ง เมื่อร่างทั้งร่างถูกช้อนขึ้นอย่างง่ายดาย มือเล็กทุบรัวใส่บ่ากว้าง แต่ก็หยุดลงเมื่อดวงตาคมดุตวัดมอง... กระนั้นก็ยังจ้องตอบอย่างดื้อดึง
แวบหนึ่งที่โกคุเดระ ฮายาโตะคิดว่า ดวงตาของฮิบาริ เคียวยะ อ่อนโยนลง...
แวบเดียว...
แล้วก็หายไป...
.
.
Shouldn’t have let you torture me so sweetly
Now I can’t let go of this dream
I can’t breathe but I feel
.
.
TBC.